10 ต้นไม้ฟอกอากาศ สู้ฝุ่น PM 2.5 ปลูกในห้องนอนได้ตามมาตรฐาน NASA Clean Air Study
Plant Guide

10 ต้นไม้ฟอกอากาศ สู้ฝุ่น PM 2.5 ปลูกในห้องนอนได้ตามมาตรฐาน NASA Clean Air Study

01 Feb 2026 2 ครั้ง

10 ต้นไม้ฟอกอากาศ สู้ฝุ่น PM 2.5 ปลูกในห้องนอนได้ตามมาตรฐาน NASA Clean Air Study

การเลือกปลูกต้นไม้ฟอกอากาศเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 และสารเคมีระเหยง่าย (VOCs) ภายในอาคารให้ได้ผลจริงนั้น จะต้องคัดเลือกพันธุ์ไม้ที่มีประสิทธิภาพในการดักจับอนุภาคขนาดเล็กและสามารถคายก๊าซออกซิเจนในเวลากลางคืนได้ โดยเฉพาะต้นไม้ในกลุ่ม Sansevieria (ลิ้นมังกร) และพืชตระกูลปาล์ม ซึ่งจากการศึกษา NASA Clean Air Study พบว่าต้นไม้เหล่านี้สามารถกำจัดสารพิษ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซิน และไตรคลอโรเอทิลีนได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ การจัดวางที่ถูกต้องคือการวางไว้ใกล้บริเวณที่มีการไหลเวียนของอากาศหรือใกล้หัวเตียงในระยะ 1 ถึง 2 เมตร เพื่อให้พืชดักจับฝุ่นก่อนเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของผู้อยู่อาศัย

ความสำคัญของต้นไม้ฟอกอากาศต่อสุขภาพและกลไกการดักจับฝุ่นละออง

ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กและมลพิษภายในอาคารส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้และเด็กเล็ก ต้นไม้ฟอกอากาศไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ประดับตกแต่งเพื่อความสวยงาม แต่มีกลไกทางชีวภาพที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศผ่านกระบวนการหลักคือ การดูดซับทางปากใบ (Stomatal Uptake) และการตกตะกอนของฝุ่นบนผิวใบ

เมื่อฝุ่นละอองลอยมาสัมผัสกับผิวใบที่มีความชื้นหรือมีขนเล็กๆ ฝุ่นเหล่านั้นจะถูกยึดเกาะไว้ไม่ให้ฟุ้งกระจาย นอกจากนี้ จุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่บริเวณรากพืชยังมีส่วนสำคัญในการย่อยสลายสารพิษที่พืชดูดซึมเข้าไป การเลือกต้นไม้ในห้องนอนจึงต้องพิจารณาพืชกลุ่ม CAM Plant (Crassulacean Acid Metabolism) ซึ่งจะปิดปากใบในเวลากลางวันเพื่อลดการสูญเสียน้ำ และเปิดปากใบในเวลากลางคืนเพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมปลดปล่อยออกซิเจนออกมา ทำให้สภาพแวดล้อมในการนอนหลับมีคุณภาพดียิ่งขึ้น

เทคนิคการจัดวางต้นไม้ดูดสารพิษให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในบ้านและออฟฟิศ

การวางต้นไม้แบบสุ่มอาจไม่ช่วยแก้ปัญหาฝุ่นได้อย่างเต็มที่ หลักการสำคัญคือการวางต้นไม้ในจุดที่เป็นทางผ่านของอากาศ (Airflow Path) เช่น ใกล้หน้าต่าง ประยุกต์ใช้ในออฟฟิศโดยการวางไว้ข้างเครื่องถ่ายเอกสารหรือโต๊ะทำงานที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้มักปล่อยสารเคมีและไอระเหยออกมาตลอดเวลา

สำหรับในห้องนอน แนะนำให้จัดวางต้นไม้ฟอกอากาศไว้ในระดับความสูงเดียวกับที่นอน หรือวางบนโต๊ะข้างเตียง เพื่อให้ระยะห่างระหว่างใบไม้กับจมูกของผู้ใช้งานสั้นที่สุด แต่อย่างไรก็ตามควรระวังเรื่องความชื้นในดินไม่ให้มากเกินไปจนเกิดเชื้อรา ซึ่งอาจเป็นผลเสียต่อผู้ป่วยภูมิแพ้ การใช้กระถางที่มีระบบระบายน้ำดีและวัสดุปลูกที่สะอาดจึงเป็นปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม

เจาะลึก 10 พันธุ์ไม้แนะนำตามมาตรฐาน NASA Clean Air Study

1. ลิ้นมังกร (Snake Plant): เป็นพืชที่ทนทานมากที่สุดชนิดหนึ่ง โดดเด่นในการเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์เป็นออกซิเจนในตอนคืน เหมาะสำหรับเป็นต้นไม้ในห้องนอนอย่างยิ่ง

2. เขียวหมื่นปี (Aglaonema): มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดสารฟอร์มาลดีไฮด์และเบนซินที่สะสมอยู่ในเฟอร์นิเจอร์ไม้และพรม

3. เดหลี (Peace Lily): สามารถดูดซับไอระเหยของแอลกอฮอล์ อะซิโตน และเชื้อราในอากาศได้ดีเยี่ยม แต่ควรระวังหากบ้านมีสัตว์เลี้ยง

4. จั๋ง (Lady Palm): พืชตระกูลปาล์มที่เก่งเรื่องการดูดซับสารแอมโมเนีย มักนิยมวางไว้ในออฟฟิศหรือใกล้บริเวณห้องน้ำ

5. พลูด่าง (Golden Pothos): พืชที่โตง่ายและช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ภายในอาคารได้อย่างรวดเร็ว

6. เบญจมาศ (Chrysanthemum): จากการวิจัยของ NASA พบว่านี่คือหนึ่งในพืชที่กำจัดสารพิษได้ครอบคลุมเกือบทุกประเภท ทั้งเบนซินและฟอร์มาลดีไฮด์

7. ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera): นอกจากสรรพคุณทางยาแล้ว ยังช่วยตรวจสอบคุณภาพอากาศ หากมีสารพิษในอากาศมากเกินไป ใบจะมีจุดสีน้ำตาลปรากฏขึ้น

8. ยางอินเดีย (Rubber Plant): มีใบขนาดใหญ่ ผิวเรียบมัน ทำให้ดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ดีและทำความสะอาดใบได้ง่าย

9. ตีนตุ๊กแกฝรั่ง (English Ivy): ช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อราในอากาศ เหมาะสำหรับห้องที่มีความอับชื้น

10. เศรษฐีเรือนใน (Spider Plant): เป็นมิตรต่อเด็กและสัตว์เลี้ยง มีความสามารถในการกำจัดสารไซลีนและคาร์บอนมอนอกไซด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทสรุปและแนวทางการดูแลต้นไม้เพื่ออากาศที่สะอาดอย่างยั่งยืน

การใช้ต้นไม้ฟอกอากาศเป็นแนวทางธรรมชาติในการยกระดับคุณภาพชีวิตภายในบ้านและที่ทำงาน อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่นจะลดลงหากใบไม้ถูกปกคลุมด้วยฝุ่นหนาเตอะ ดังนั้นผู้ปลูกควรใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดใบอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละครั้ง เพื่อเปิดทางให้พืชสามารถหายใจและดักจับฝุ่นใหม่ได้

สำหรับผู้ที่เริ่มต้น แนะนำให้เลือกพันธุ์ไม้ที่ดูแลรักษาง่าย เช่น ลิ้นมังกรหรือพลูด่าง และสัดส่วนที่เหมาะสมคือ ต้นไม้ขนาดกลาง (กระถาง 6-8 นิ้ว) 1 ต้น ต่อพื้นที่ 10 ตารางเมตร เพียงเท่านี้คุณก็จะได้สัมผัสกับอากาศที่บริสุทธิ์ ลดความเสี่ยงจากอาการภูมิแพ้ และสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายให้กับการพักผ่อนและทำงานในทุกวัน

แกลเลอรี่ภาพ

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

เลือกชมต้นไม้คุณภาพจากฟาร์ม PAMA

ดูทั้งหมด
(ซื้อ 6 ลด 10บาท)พลูด่าง ต้นแน่นในกระถาง มีรากแน่น

(ซื้อ 6 ลด 10บาท)พลูด่าง ต้นแน่นในกระถาง มีรากแน่น

฿9
ต้นเบญมาศเงิน เบญจมาศเงิน ในกระถาง 3 นิ้ว ต้นใหญ่ สวย แข็งแรง

ต้นเบญมาศเงิน เบญจมาศเงิน ในกระถาง 3 นิ้ว ต้นใหญ่ สวย แข็งแรง

฿35
ตีนตุ๊กแก ไม้เลื้อยเกาะผนังบ้าน ชอบแดด มาในกระถางพร้อมตั้ง

ตีนตุ๊กแก ไม้เลื้อยเกาะผนังบ้าน ชอบแดด มาในกระถางพร้อมตั้ง

฿69
ต้นเศรษฐีเรือนนอก มาในกระถางพร้อมตั้ง

ต้นเศรษฐีเรือนนอก มาในกระถางพร้อมตั้ง

฿20
เศรษฐีเรือนใน ส่งพร้อมกระถาง 3 นิ้ว

เศรษฐีเรือนใน ส่งพร้อมกระถาง 3 นิ้ว

฿20
เดหลีใบมัน กอแน่น ฟอร์มแน่น ฟอร์มสวย มีดอกสีขาว ช่วยฟอกอากาศในบ้าน กระถาง 5 นิ้ว

เดหลีใบมัน กอแน่น ฟอร์มแน่น ฟอร์มสวย มีดอกสีขาว ช่วยฟอกอากาศในบ้าน กระถาง 5 นิ้ว

฿120
ต้นห่อเงินห่อทองด่าง ในกระถางพร้อมตั้ง

ต้นห่อเงินห่อทองด่าง ในกระถางพร้อมตั้ง

฿49
ต้นว่านงาช้าง ไม้ฟอกอากาศ เลี้ยงในห้องนอน ช่วยคายออกซิเจนตอนกลางคืน

ต้นว่านงาช้าง ไม้ฟอกอากาศ เลี้ยงในห้องนอน ช่วยคายออกซิเจนตอนกลางคืน

฿60
ยากันเชื้อรา แคปทาไซด์ 50 ขนาดบรรจุ 100 กรัม [BY แคปแทน]

ยากันเชื้อรา แคปทาไซด์ 50 ขนาดบรรจุ 100 กรัม [BY แคปแทน]

฿55
อโกลนีม่า มหาเศรษฐีแดง มาพร้อมกระถาง 4-5 นิ้ว

อโกลนีม่า มหาเศรษฐีแดง มาพร้อมกระถาง 4-5 นิ้ว

฿99