แต่งบ้านสไตล์ Japandi ด้วยไม้มงคลฟอกอากาศ คือการเลือกต้นไม้ทรงเรียบ ใบสะอาดตา อย่างกวนอิม (Zamioculcas zamiifolia), ลิ้นมังกร (Dracaena trifasciata), พลูด่าง (Epipremnum aureum), เศรษฐีเรือนใน (Philodendron hederaceum) และเดหลี (Spathiphyllum) ใส่กระถางสีนุ่มทรงเรียบ แล้ววางในที่ที่มีแสงรำไร ก็ได้มุม Biophilic ที่ดูแลง่ายในคอนโดครับ
เคยไหมครับ? ห้องคอนโดดูโล่งจนใจหาย
ช่วงปลายฝนอากาศอับชื้น ห้องปิดแอร์ทั้งวัน เปิดประตูมาก็รู้สึกว่าห้องขาดอะไรสักอย่าง ผมเจอลูกค้าแบบนี้บ่อยมากครับ อยากได้ห้องที่ดูสงบ cozy แบบญี่ปุ่นผสมนอร์ดิก แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน คำตอบง่ายๆ คือเริ่มจากต้นไม้ 1-3 กระถางครับJapandi คือการเอาความเรียบของญี่ปุ่นมาผสมความอบอุ่นของนอร์ดิก สีโทนครีม ขาว เบจ ไม้อ่อน และของน้อยชิ้นแต่เลือกมาดี ต้นไม้ที่เข้ากับสไตล์นี้จึงไม่ต้องใบฉูดฉาด ขอแค่ทรงสวย ใบสะอาด และมีที่ว่างรอบตัวให้เขาหายใจ
ไม้มงคลฟอกอากาศ 5 ต้น ที่เข้ากับ Japandi
| ต้นไม้ | ชื่อวิทยาศาสตร์ | แสงที่เหมาะ | รดน้ำ | ความเชื่อมงคล |
|---|---|---|---|---|
| กวนอิม | Zamioculcas zamiifolia | แสงรำไรถึงค่อนข้างน้อย | ประมาณ 10-14 วันครั้ง | เสริมโชคลาภ เงินทอง |
| ลิ้นมังกร | Dracaena trifasciata | แสงรำไรถึงแดดอ่อน | ประมาณ 10-14 วันครั้ง | ป้องกันสิ่งไม่ดี |
| พลูด่าง | Epipremnum aureum | แสงรำไร | ประมาณ 5-7 วันครั้ง | เรียกทรัพย์ เงินไหลมา |
| เศรษฐีเรือนใน | Philodendron hederaceum | แสงรำไร | ประมาณ 5-7 วันครั้ง | เสริมความมั่งคั่ง |
| เดหลี | Spathiphyllum | แสงรำไร | ประมาณ 4-6 วันครั้ง | ความสงบ ความราบรื่น |
1. กวนอิม ผู้ชอบแห้งกว่าเปียก
เจ้ากวนอิมมีเหง้าใต้ดินที่เก็บน้ำไว้ เขาจึงทนแล้งได้ดี แต่กลัวน้ำขังมาก สาเหตุอันดับหนึ่งที่ผมเจอเวลาลูกค้าส่งรูปมาถามคือรดบ่อยจนเหง้าเน่าครับ จำไว้อย่างเดียว เลี้ยงแห้งไว้ดีกว่าเลี้ยงเปียก กระถางที่ขายดีสำหรับคอนโดคือขนาด 6-8 นิ้ว ทรงเรียบสีขาวครีม ใบเขียวเข้มเงาตัดกันสวยมาก2. ลิ้นมังกร ใบตั้งตรงเข้ากับเส้นสายแบบญี่ปุ่น
ใบตั้งตรงของลิ้นมังกรให้ความรู้สึกเรียบนิ่ง เหมาะวางข้างโซฟาหรือมุมห้องนอน ข้อเท็จจริงที่ควรรู้ คือพืชกลุ่มนี้เป็น CAM plant คายออกซิเจนช่วงกลางคืนได้ แต่ต้นเดียวไม่ได้ทำให้อากาศทั้งห้องเปลี่ยนไปอย่างที่โฆษณากัน ผมขอพูดตรงๆ นะครับ ต้นไม้ช่วยเรื่องบรรยากาศและความสบายตาได้เต็มที่ ส่วนการฟอกอากาศในห้องจริง ควรมองเป็นโบนัสเสริมเท่านั้น3. พลูด่างและเศรษฐีเรือนใน ไม้เลื้อยที่ห้อยสวยบนชั้นไม้
สองต้นนี้ดูแลง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่ครับ วางบนชั้นไม้โทนอ่อนให้เถาห้อยลงมา ได้ลุคนอร์ดิกทันที ตัดแต่งเถาเป็นระยะ จะแตกพุ่มสวยขึ้น หมั่นเช็ดใบด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ ให้ใบได้รับแสงเต็มที่สำหรับบ้านที่มีน้องหมาน้องแมวหรือเด็กเล็ก ต้องระวังนิดนึงนะครับ พืชในวงศ์ Araceae อย่างพลูด่าง เศรษฐีเรือนใน และเดหลี มีผลึกแคลเซียมออกซาเลต ถ้าเคี้ยวกินจะระคายปากและลำคอ แนะนำให้วางบนชั้นสูงที่เขาเอื้อมไม่ถึง
4. เดหลี ไม้ที่ช่วยบอกเวลาให้รดน้ำ
เดหลีเป็นต้นที่สื่อสารเก่งครับ ถ้าขาดน้ำใบจะห้อยทันที พอรดน้ำก็ฟื้นภายในไม่กี่ชั่วโมง ชอบความชื้นมากกว่าต้นอื่นในลิสต์นี้ จึงเข้ากับช่วงปลายฝนพอดี ถ้าอยากให้ออกดอกสีขาวนวล ต้องได้แสงรำไรสว่างพอสมควร ไม่ใช่มุมมืดสนิทสร้างมุม Biophilic Design ในคอนโดแบบพื้นที่จำกัด
Biophilic Design คือการดึงธรรมชาติเข้ามาในพื้นที่อยู่อาศัย ไม่จำเป็นต้องมีสวนทั้งห้อง ลองทำตามนี้ครับ- เลือกกระถางโทนเดียวกัน 2-3 สี เช่น ครีม เทาอ่อน ดินเผาไม่เคลือบ ให้ห้องดูนิ่งและ minimal
- จัดต้นไม้เป็นกลุ่มคี่ 3 กระถาง ความสูงต่างกัน ใช้สตูลไม้หรือชั้นเตี้ยช่วยยกระดับ
- วางห่างจากหน้าต่างราว 1-2 เมตร ให้ได้แสงสว่างโดยไม่โดนแดดเผาใบ
- เว้นพื้นที่ว่างรอบกลุ่มต้นไม้ นี่คือหัวใจของ Japandi
- ใช้กระถางที่มีรูระบายน้ำและจานรองเสมอ กระถางเซรามิกไม่มีรูต้องใช้เป็นกระถางสวมครอบกระถางพลาสติกอีกชั้น
ดินและปุ๋ยที่ใช้ได้จริง
ใช้ดินร่วนโปร่ง ผสมวัสดุปลูกกับเพอร์ไลต์หรือหินภูเขาไฟเล็กน้อย เพื่อให้ระบายน้ำเร็ว ปุ๋ยสูตรสมดุลเจือจางครึ่งหนึ่ง เดือนละครั้งในช่วงที่ต้นเติบโต ก็เพียงพอแล้วครับ ไม่ต้องใส่บ่อยดูแลต้นไม้ช่วงปลายฝนให้รอด
- ความชื้นสูง ดินแห้งช้า ให้ลดความถี่รดน้ำลงจากช่วงหน้าร้อน
- เปิดหน้าต่างหรือเปิดพัดลมให้อากาศถ่ายเท ลดโอกาสเกิดราและแมลงหวี่ขึ้นดิน
- ตรวจใต้ใบสัปดาห์ละครั้ง หาเพลี้ยแป้งที่เป็นปุยขาว ถ้าเจอรีบเช็ดออกด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์
- เทน้ำที่ขังในจานรองทิ้งทุกครั้งหลังรด