เคยไหมครับ? ซื้อต้นไม้ใหม่กลับบ้านมาแล้วเห็นถุงดินพลาสติก ถุงปุ๋ยเคมี กระถางเก่าที่กองอยู่มุมระเบียงเต็มไปหมด แล้วรู้สึกผิดนิดๆ ว่าอยากรักต้นไม้ แต่ไม่อยากสร้างขยะเพิ่ม บทความนี้พูดถึงการปลูกอโกลนีมา (Aglaonema) และลิ้นมังกร (Dracaena trifasciata หรือชื่อเดิม Sansevieria trifasciata) แบบ Zero Waste ครับ คำตอบสั้นๆ คือ ใช้กระถางเดิม ผสมวัสดุปลูกเองจากของหาง่าย ระบายน้ำดี และให้ปุ๋ยอินทรีย์แบบเจือจาง อโกลนีมาชอบดินร่วนชื้นพอดี ลิ้นมังกรชอบดินโปร่งแห้งเร็ว
ทำไมปลูกแบบ Zero Waste ถึงเหมาะกับอโกลนีมาและลิ้นมังกร
สองต้นนี้เป็นคู่หูของคนอยู่คอนโดเลยครับ ทนแสงน้อยในห้อง ไม่เรื่องมาก และไม่ต้องเปลี่ยนกระถางบ่อย เพราะรากเขาไม่ได้ต้องการกระถางใหญ่เกินตัว ปีนึงเปลี่ยนกระถางแค่ครั้งสองครั้งก็พอ ขยะจึงลดได้ง่ายมาก- กระถางพลาสติกดำที่ซื้อมาใช้ต่อได้เลย แค่ล้างให้สะอาด ถ้าก้นกระถางมีรูระบายน้ำอยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อใบใหม่
- เศษใบแห้งและเปลือกผลไม้บางชนิดทำปุ๋ยหมักได้ แต่ต้องหมักจนเป็นดินร่วนก่อนค่อยใช้ ไม่ใช่เอาของสดฝังลงกระถางตรงๆ
- วัสดุปลูกที่ผสมเองหาซื้อได้ตามร้านเกษตรทั่วไป ซื้อเป็นกิโลหรือถุงใหญ่ครั้งเดียวใช้ได้หลายกระถาง
เลือกวัสดุปลูกให้ตรงนิสัยของเขา
อโกลนีมา: ชอบดินร่วน อุ้มน้ำได้แต่ไม่แฉะ
อโกลนีมาเป็นพืชที่อยู่ใต้ร่มไม้ในป่าเขตร้อน รากชอบความชื้นสม่ำเสมอแต่ไม่ชอบแช่น้ำครับ สูตรที่ผมใช้กับต้นที่ส่งลูกค้าบ่อยๆ คือ- ดินร่วน 2 ส่วน
- ปุ๋ยหมักหรือดินใบก้ามปูที่ย่อยสลายแล้ว 1 ส่วน
- เปลือกไม้สับหรือกาบมะพร้าวสับ 1 ส่วน เพื่อให้โปร่ง
- perlite หรือหินภูเขาไฟเม็ดเล็ก 1 ส่วน (ถ้ามี)
ลิ้นมังกร: ชอบดินโปร่ง แห้งไว
ลิ้นมังกรเก็บน้ำไว้ในใบและเหง้า เขาจึงกลัวดินแฉะมากครับ รากเน่าเป็นปัญหาอันดับหนึ่งที่ผมเจอ สูตรที่ใช้ได้ผลคือ- ดินร่วนหรือดินสำหรับกระบองเพชร 2 ส่วน
- ทรายหยาบหรือหินพัมมิส 1-2 ส่วน
- ปุ๋ยหมักร่อนละเอียด 1 ส่วน ไม่ต้องเยอะ
ตารางเทียบวัสดุปลูกและการรดน้ำ
| หัวข้อ | อโกลนีมา | ลิ้นมังกร |
|---|---|---|
| แสง | แสงรำไรถึงแสงทางอ้อม ทนแสงน้อยในห้องได้ | แสงทางอ้อมถึงแดดอ่อน ทนแสงน้อยได้แต่โตช้า |
| วัสดุปลูก | ร่วน อุ้มน้ำพอดี | โปร่ง ระบายน้ำเร็ว |
| รดน้ำ | เมื่อผิวดินแห้ง ราว 2-3 ซม. ส่วนใหญ่ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ | เมื่อดินแห้งสนิททั้งกระถาง ส่วนใหญ่ 10-14 วันครั้ง |
| ความเสี่ยงหลัก | รากเน่าจากดินแฉะ ใบไหม้จากแดดจัด | รากเน่า โคนยุ่ยจากน้ำขัง |
ปุ๋ยอินทรีย์ที่ทำเองได้ ใช้ให้ถูกวิธี
3 ตัวเลือกที่หาง่าย ไม่สร้างขยะเพิ่ม
- ปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้และเศษผัก: โรยบางๆ รอบโคนต้นปีละ 2-3 ครั้ง แล้วกลบเบาๆ
- มูลไส้เดือนหรือปุ๋ยมูลสัตว์ที่หมักสลายแล้ว: ใช้ประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะต่อกระถางขนาด 6-8 นิ้ว ผสมกับผิวดินด้านบน
- น้ำซาวข้าวที่เจือจาง: ใช้เป็นครั้งคราวได้ แต่ต้องใช้ขณะสด อย่าทิ้งค้างคืนเพราะเริ่มส่งกลิ่นและเรียกแมลงหวี่
ความเชื่อผิดๆ ที่ผมต้องเตือน
หลายคนคิดว่าเศษอาหารสดฝังลงกระถางแล้วจะเป็นปุ๋ยเลย ไม่จริงครับ ของสดจะเริ่มเน่าในกระถาง เกิดเชื้อรา แมลงหวี่ และกลิ่นเหม็น ซึ่งรากของทั้งสองต้นนี้ไม่ชอบเลย ต้องหมักให้ย่อยสลายจนเป็นดินร่วนก่อนเสมอ อีกเรื่องคือไม่ต้องใส่เยอะ ปุ๋ยอินทรีย์ที่มากเกินไปก็ทำให้รากไหม้ได้เหมือนกัน ให้ช่วงอากาศอุ่นที่ต้นกำลังโตก็พอขั้นตอนเปลี่ยนกระถางแบบ Zero Waste
- ปูหนังสือพิมพ์เก่าบนพื้น เตรียมพลั่วมือเล็กและดินผสมไว้ให้พร้อม
- รดน้ำต้นเบาๆ ก่อนเปลี่ยน 1 วัน ให้ดินร่วนพอดี ไม่แฉะ
- พลิกกระถาง บีบข้างเบาๆ แล้วดึงต้นออก ตรวจรากดูครับ รากสีขาวหรือครีมคือแข็งแรง รากน้ำตาลเละมีกลิ่นคือเน่า ตัดทิ้งด้วยกรรไกรที่เช็ดแอลกอฮอล์แล้ว
- เลือกกระถางที่ใหญ่กว่าเดิมแค่ 1 นิ้ว ไม่ต้องใหญ่เกิน เพราะดินส่วนเกินจะอมน้ำนาน
- ใส่ดินรองก้น วางต้น เติมดินรอบๆ กดเบาๆ แล้วรดน้ำพอชุ่ม
- เก็บหนังสือพิมพ์และเศษดินที่ตกไปใส่ในกองปุ๋ยหมักหรือโรยรอบต้นไม้อื่น ไม่ต้องทิ้งเป็นขยะ
ลดขยะต่อได้อีกด้วยนิสัยเล็กๆ
- เก็บกระถางที่ไม่ใช้ไว้แบ่งปันหรือใช้ซ้ำ ล้างด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ ก่อนใช้ใหม่
- ขยายพันธุ์ลิ้นมังกรด้วยการแบ่งกอหรือปักชำใบ แทนการซื้อต้นใหม่ทุกครั้ง
- ตัดแต่งใบแห้งของอโกลนีมาแล้วนำไปหมัก
- ซื้อวัสดุปลูกเป็นถุงใหญ่แล้วแบ่งใช้ ลดบรรจุภัณฑ์เล็กๆ