เคยไหมครับ? นั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ แล้วรู้สึกว่ารอบตัวมันแห้งแล้งไปหมด อยากหาอะไรเขียวๆ มาวางใกล้ๆ ให้ได้พักสายตาบ้าง แต่ก็กลัวจะดูแลไม่รอด หรือไม่มีเวลาดูแลใช่ไหมครับ? วันนี้ป๊าม๊าอยากชวนมารู้จัก กุยช่ายประดับ ครับ เจ้าต้นนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์เก๋ๆ ว่า Allium tuberosum เขาเป็นพืชหัวจิ๋วที่ดูแลง่ายมากๆ แถมยังออกดอกสีขาวน่ารักๆ มาให้เราชื่นใจ เป็นเพื่อนคู่โต๊ะทำงานที่ช่วยเติมความสดชื่นและฮีลใจให้คุณได้แบบสบายๆ เลยครับ
เจ้ากุยช่ายประดับไม่ได้มีดีแค่ความน่ารักนะครับ เขายังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ แถมยังเป็นไม้มงคลที่สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์อีกด้วยครับ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากมีพื้นที่สีเขียวเล็กๆ ในคอนโด ออฟฟิศ หรือมุมโปรดในบ้าน ไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะ ไม่ต้องมีประสบการณ์ปลูกต้นไม้มาก่อนก็เลี้ยงให้รอดได้สบายๆ เลยครับ
กุยช่ายประดับ: เพื่อนซี้ชาวคอนโดและมนุษย์ออฟฟิศครับ
เจ้ากุยช่ายประดับเขาอยู่ในตระกูล Allium เดียวกับกระเทียม หอมแดง และกุยช่ายที่เราเอามาทำกับข้าวนี่แหละครับ แต่สายพันธุ์ที่เราเลือกมานี้พิเศษตรงที่เขาออกดอกสวยงาม แถมยังไซส์กะทัดรัด เหมาะกับการวางบนโต๊ะทำงานหรือริมหน้าต่างสุดๆ ครับ
ทำไมต้องรับ 'เจ้ากุยช่ายประดับ' ไปดูแล?
- ดูแลง่ายสุดๆ ครับ: เขาเป็นต้นไม้ที่ทนทาน ไม่เรื่องมาก ขอแค่มีแสงแดดส่องถึงบ้าง ให้น้ำพอเหมาะ เขาก็เติบโตได้ดีแล้วครับ
- ประหยัดพื้นที่: ด้วยขนาดที่เล็กกระทัดรัด ทำให้เขากลายเป็น 'Plant Buddy' ที่เหมาะกับพื้นที่จำกัดมากๆ ครับ ไม่ว่าจะบนโต๊ะทำงาน ชั้นวางหนังสือ หรือระเบียงคอนโดเล็กๆ ก็เอาอยู่ครับ
- ดอกสวยงาม มีกลิ่นหอมอ่อนๆ: เจ้ากุยช่ายประดับจะออกดอกสีขาวเล็กๆ คล้ายดอกไม้ประดิษฐ์ให้เราเห็นในช่วงฤดูร้อนถึงต้นฤดูฝนครับ แถมบางคนยังบอกว่ากลิ่นหอมอ่อนๆ ของเขามีส่วนช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้ด้วยนะครับ
- เป็นไม้มงคล: ตามความเชื่อแล้ว กุยช่ายเป็นพืชที่สื่อถึงความเจริญรุ่งเรืองและการมีอายุยืนยาวครับ การมีเขาไว้ในบ้านก็ช่วยเสริมสิริมงคลได้อีกทางหนึ่งครับ
เทคนิคดูแลเจ้ากุยช่ายประดับให้สวยปิ๊งและออกดอกครับ
การดูแลเจ้ากุยช่ายประดับไม่ได้ซับซ้อนเลยครับ แค่เราเข้าใจความต้องการพื้นฐานของเขา ป๊าม๊ารับรองว่าคุณจะได้เห็นเขาเติบโตและออกดอกสวยๆ แน่นอนครับ
1. แสงแดดที่เขาชอบ
เจ้ากุยช่ายประดับเขาชอบแสงแดดจัดถึงรำไรครับ ถ้าเลี้ยงในบ้าน ลองวางไว้ริมหน้าต่างที่ได้รับแสงแดดช่วงเช้า หรือบ่ายอ่อนๆ สัก 4-6 ชั่วโมงต่อวันก็พอแล้วครับ แต่ถ้าต้องวางบนโต๊ะทำงานจริงๆ ก็ควรหาเวลาพาเขาไปรับแดดบ้างนะครับ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 2-3 ชั่วโมงก็ยังดีครับ
2. การรดน้ำ
นี่คือจุดที่คนส่วนใหญ่พลาดกันบ่อยครับ เจ้ากุยช่ายประดับเขาไม่ชอบน้ำขังแฉะเลยครับ ป๊าม๊าแนะนำให้รดน้ำเมื่อวัสดุปลูกด้านบนแห้งสนิทแล้วเท่านั้น (ลองใช้นิ้วจิ้มลงไปลึกสัก 2-3 เซนติเมตรครับ ถ้าดินยังเย็นและชื้นอยู่ ยังไม่ต้องรดนะครับ) ปกติแล้วรดน้ำประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เพียงพอแล้วครับ
3. วัสดุปลูกและกระถาง
วัสดุปลูกต้องระบายน้ำได้ดีนะครับ อาจใช้ดินผสมกาบมะพร้าวสับละเอียด หรือหินภูเขาไฟเล็กน้อย เพื่อช่วยให้ระบายน้ำและอากาศในดินได้ดีขึ้นครับ ส่วนกระถาง แนะนำให้เลือกกระถางที่มีรูระบายน้ำด้านล่างเสมอครับ กระถางขนาด 4-6 นิ้วก็พอดีสำหรับเจ้ากุยช่ายประดับ 1 กอครับ
4. การให้ปุ๋ย
ไม่จำเป็นต้องให้ปุ๋ยบ่อยครับ อาจจะให้ปุ๋ยละลายช้าสำหรับไม้ดอกไม้ประดับ หรือปุ๋ยอินทรีย์เม็ดเล็กๆ ที่มีไนโตรเจนต่ำ ฟอสฟอรัสสูงหน่อย เพื่อช่วยบำรุงหัวและกระตุ้นให้ออกดอกครับ ให้ประมาณเดือนละครั้งในช่วงฤดูฝนก็พอครับ
คำถามที่หลายคนสงสัยครับ
เจ้ากุยช่ายประดับกินได้ไหมครับ?
เจ้ากุยช่ายประดับเป็นสายพันธุ์เดียวกับกุยช่ายที่เรากินครับ แต่ส่วนใหญ่ที่เอามาปลูกประดับจะเน้นดอกสวยๆ กับทรงพุ่มน่ารักๆ มากกว่าจะเก็บใบไปทำอาหารครับ แต่ถ้าเป็นใบอ่อนๆ ก็เอาไปทำกับข้าวได้เหมือนกุยช่ายทั่วไปเลยครับ
ทำไมเจ้ากุยช่ายประดับของผมถึงไม่ออกดอกครับ?
สาเหตุหลักๆ มักจะมาจากการได้รับแสงแดดไม่พอนี่แหละครับ เจ้ากุยช่ายประดับเขาต้องการแสงแดดที่พอเหมาะเพื่อกระตุ้นให้ออกดอก ลองย้ายเขาไปในตำแหน่งที่ได้รับแสงมากขึ้นดูนะครับ อีกอย่าง การให้ปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสสูงหน่อยในช่วงก่อนฤดูออกดอกก็ช่วยได้เหมือนกันครับ
เจ้ากุยช่ายประดับมีโรคหรือศัตรูพืชอะไรบ้างครับ?
เจ้ากุยช่ายประดับค่อนข้างทนทานต่อโรคและศัตรูพืชครับ ปัญหาที่พบบ่อยคือรากเน่าถ้าได้รับน้ำมากเกินไป เพราะงั้นต้องระมัดระวังเรื่องการรดน้ำเป็นพิเศษนะครับ ส่วนศัตรูพืชก็อาจจะมีเพลี้ยอ่อนบ้างเล็กน้อย ซึ่งเราสามารถกำจัดได้ด้วยการเช็ดออก หรือฉีดพ่นน้ำสบู่อ่อนๆ ได้เลยครับ
ป๊าม๊าหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่กำลังมองหาเพื่อนสีเขียวตัวจิ๋วมาดูแลนะครับ เจ้ากุยช่ายประดับเป็นตัวเลือกที่เหมาะมากๆ สำหรับมือใหม่ หรือคนที่มีเวลาน้อยครับ ลองรับน้องไปฮีลใจที่บ้านดูได้เลยครับ