เคยไหมครับ? วันธรรมดาตื่นเช้ามาทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ยุ่งจนแทบไม่มีเวลาพัก พอวันหยุดก็อยากพักผ่อนเต็มที่ แต่ในใจลึกๆ ก็ยังอยากมีต้นไม้สีเขียวๆ มาช่วยฮีลใจให้ห้องดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง
ในฐานะนักพฤกษศาสตร์อาวุโสที่คลุกคลีกับต้นไม้มานานกว่า 10 ปี ผมเข้าใจดีครับว่าหลายคนอาจกังวลเรื่องการดูแล เพราะกลัวต้นไม้จะ 'ตาย'
วันนี้ผมเลยจะมาแนะนำ 3 ต้นไม้สุดอึด ที่ 'ตายยาก' อย่างแท้จริง เหมาะสำหรับมือใหม่หรือคนที่มีเวลาน้อยมากๆ แถมยังสวยงาม เข้ากับการแต่งห้องสไตล์มินิมอล หรือวางประดับโต๊ะทำงาน Work From Home ได้สบายๆ ไม่ต้องห่วงเลยครับว่าเขาจะงอแง
ทำไมต้องเลือกต้นไม้ 'ตายยาก' มาไว้ใกล้ตัวครับ?
การเลือกต้นไม้ที่ทนทานมาเลี้ยง ไม่ได้แปลว่าเราขี้เกียจนะครับ แต่เป็นการเลือกที่ชาญฉลาดเพื่อให้ทั้งคนเลี้ยงและต้นไม้มีความสุขไปด้วยกันครับประหยัดเวลาดูแล ไม่ต้องห่วงบ่อยๆ
ข้อดีที่สุดคือคุณไม่ต้องคอยพะวงกับการรดน้ำบ่อยๆ หรือกังวลเรื่องแสงแดดที่เปลี่ยนแปลงไปครับ ต้นไม้กลุ่มนี้มีกลไกธรรมชาติที่ช่วยให้พวกเขาอยู่รอดได้นานในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่มีเวลาน้อยมากๆสร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้มุมทำงานและคอนโด
แม้จะ 'ตายยาก' แต่พวกเขาก็ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยสร้างความสดชื่นและลดความเครียดได้เป็นอย่างดีครับ การมีสีเขียวๆ อยู่ใกล้ตัวช่วยให้สายตาได้พักผ่อนจากการจ้องหน้าจอ และยังช่วยเพิ่มออกซิเจนเล็กน้อยในห้องอีกด้วยต้นไม้ 'ตายยาก' ไม่ได้แปลว่าไม่สวยนะครับ!
หลายคนอาจคิดว่าต้นไม้ที่ทนๆ มักจะไม่สวยงาม แต่ไม่จริงเลยครับ! ต้นไม้ที่เราจะแนะนำวันนี้มีรูปทรงและใบที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ สามารถนำไปจัดวางในมุมต่างๆ ของห้องได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นบนโต๊ะทำงาน ชั้นวางของ หรือมุมห้อง ก็ดูดีมีสไตล์ครับแนะนำ 3 ต้นไม้ 'ตายยาก' คู่ใจคนไม่มีเวลา (และชอบแต่งห้องมินิมอล) ครับ
1. กวักมรกต (Zamioculcas zamiifolia) — ราชาแห่งความทนทาน
เจ้ากวักมรกตถือเป็นต้นไม้ที่ทนทานที่สุดชนิดหนึ่งเลยครับ เขาโดดเด่นด้วยใบสีเขียวเข้มมันวาว รูปทรงสวยงาม ดูแลง่ายชนิดที่ว่าลืมรดน้ำไปเป็นเดือนก็ยังอยู่รอดได้ครับ- แสงแดด: ชอบแสงน้อยถึงปานกลาง แสงทางอ้อมกำลังดีครับ แต่ก็ทนได้แม้ในที่แสงน้อยมากๆ เช่นมุมห้องอับๆ
- การรดน้ำ: รดน้ำเมื่อวัสดุปลูกแห้งสนิทเท่านั้นครับ โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 2-4 สัปดาห์/ครั้ง หรืออาจจะน้อยกว่านั้น ถ้ารดบ่อยเกินไปรากเขาจะเน่าได้ง่ายมากๆ ครับ
- วัสดุปลูก: เน้นระบายน้ำได้ดี เช่น ดินแคคตัส หรือดินผสมกาบมะพร้าวสับและเพอร์ไลต์
- ขนาดกระถาง: สำหรับต้นไม้ขนาดกลาง แนะนำกระถางขนาด 6-8 นิ้วครับ
- ข้อควรระวัง: ยางของกวักมรกตมีผลระคายเคืองต่อผิวหนังและเป็นพิษหากรับประทาน ควรวางให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงครับ
2. ลิ้นมังกร (Sansevieria trifasciata) — ต้นไม้ฟอกอากาศยอดเยี่ยม
ลิ้นมังกรเป็นอีกหนึ่งต้นไม้ที่โด่งดังเรื่องความทนทาน และยังได้รับการยอมรับจาก NASA ว่าเป็นต้นไม้ฟอกอากาศชั้นยอดอีกด้วยครับ มีรูปทรงใบเรียวยาวตั้งตรงดูทันสมัย เหมาะกับห้องมินิมอลมากๆ ครับ- แสงแดด: ทนได้ตั้งแต่แสงน้อย ไปจนถึงแสงจัดโดยตรง แต่จะโตได้ดีที่สุดในที่แสงปานกลางถึงแสงจัดทางอ้อมครับ
- การรดน้ำ: รดน้ำเมื่อวัสดุปลูกแห้งสนิท สังเกตง่ายๆ คือประมาณ 2-3 สัปดาห์/ครั้งครับ เขาไม่ชอบน้ำขังเลย
- วัสดุปลูก: ระบายน้ำได้ดีเช่นเดียวกับกวักมรกตครับ
- ขนาดกระถาง: ต้นลิ้นมังกรขนาดกลางถึงใหญ่ แนะนำกระถางขนาด 6-10 นิ้ว ขึ้นอยู่กับขนาดของต้นครับ
- ข้อดีเพิ่มเติม: เป็นหนึ่งในไม่กี่ชนิดที่สามารถปล่อยออกซิเจนและดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในเวลากลางคืน เหมาะสำหรับวางในห้องนอนมากๆ ครับ
3. พลูด่าง (Epipremnum aureum) — ต้นไม้สารพัดประโยชน์
พลูด่างเป็นต้นไม้ที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว และปรับตัวเก่งมากๆ ครับ ไม่ว่าจะแขวน วางบนชั้น หรือปล่อยให้เลื้อยตามขอบโต๊ะ ก็สวยงามและให้ความรู้สึกสดชื่นสบายตาครับ- แสงแดด: ชอบแสงปานกลางถึงแสงจัดทางอ้อมครับ แสงน้อยเกินไปจะทำให้ใบไม่ด่าง แต่แสงแดดจัดเกินไปก็อาจทำให้ใบไหม้ได้ครับ
- การรดน้ำ: ควรรดน้ำเมื่อหน้าดินเริ่มแห้ง ประมาณ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ แต่ก็สามารถทนการขาดน้ำได้ระยะหนึ่งครับ
- วัสดุปลูก: ดินปลูกทั่วไปที่ระบายน้ำได้ดี
- ขนาดกระถาง: สำหรับพลูด่างกระถางเล็กๆ ที่นิยมวางบนโต๊ะทำงาน แนะนำขนาด 4-6 นิ้วครับ
- การขยายพันธุ์: ตัดกิ่งไปแช่น้ำก็ออกรากง่ายมากๆ ครับ
เคล็ดลับง่ายๆ ดูแลต้นไม้ 'ตายยาก' ให้รอดและสวยตลอดไปครับ
- ศัตรูอันดับหนึ่งคือการ 'รดน้ำมากเกินไป' ครับ: ต้นไม้กลุ่มนี้ส่วนใหญ่ตายเพราะรากเน่าจากน้ำขังบ่อยๆ ลองใช้นิ้วจิ้มดินลึกลงไป 1-2 นิ้ว ถ้ายังชื้นอยู่ยังไม่ต้องรดนะครับ
- สังเกตแสงที่เหมาะสม: แม้จะทนทาน แต่การได้รับแสงที่เหมาะสมจะช่วยให้เขาเติบโตได้ดีและสวยงามเต็มที่ครับ ลองสังเกตสีใบ ถ้าซีดหรือยืดอาจต้องการแสงเพิ่ม แต่ถ้าไหม้หรือเหลืองเร็ว อาจต้องย้ายไปที่ร่มขึ้นครับ
- ให้ปุ๋ยบ้างเป็นครั้งคราว: ปีละ 2-3 ครั้งด้วยปุ๋ยละลายช้าสำหรับพืชใบ หรือปุ๋ยอินทรีย์ ก็เพียงพอแล้วครับ ไม่จำเป็นต้องให้บ่อยๆ
- เช็ดใบ: หมั่นเช็ดทำความสะอาดใบเขาบ้าง เพื่อให้ใบสวยเงางาม และช่วยให้เขาหายใจได้ดีขึ้นครับ
รับน้องไปฮีลใจที่บ้านได้เลยครับ แล้วคุณจะหลงรักความเขียวขจีที่มาพร้อมกับการดูแลที่แสนง่ายดายแน่นอนครับ!