เคยไหมครับ? มองเจ้าเคราฤาษีพวงสวยๆ ที่แขวนอยู่แล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่า 'เอ๊ะ...แล้วเขาต้องกินอะไรนะ?' ก็เขาไม่มีดิน ไม่ได้มีรากยึดเหมือนต้นไม้ทั่วไปนี่นา คำถามเรื่องปุ๋ยเลยเป็นเรื่องที่คนรักเคราฤาษีถามกันบ่อยมากครับ ป๊าม๊าเข้าใจเลยครับว่าหลายคนอาจจะคิดว่าต้องบำรุงเยอะๆ แต่จริงๆ แล้ว เจ้าเคราฤาษี (Tillandsia usneoides) ไม่ต้องการปุ๋ยบ่อยหรือเข้มข้นเหมือนต้นไม้ดินทั่วไปเลยครับ เพราะเขาเป็นพืชอิงอาศัยที่ดูดซับสารอาหารจากอากาศและความชื้นเป็นหลัก การให้ปุ๋ยที่ผิดวิธีต่างหากที่อาจทำให้เจ้าเคราฟูฟูของเราโทรมลงได้นะครับ
มาทำความรู้จัก 'เจ้าเคราฤาษี' (Tillandsia usneoides) กันหน่อยครับ!
ก่อนจะคุยเรื่องปุ๋ย เรามาทำความเข้าใจธรรมชาติของเจ้าเคราฤาษีกันก่อนครับ ชื่อวิทยาศาสตร์ของเขาคือ Tillandsia usneoides อยู่ในวงศ์ Bromeliaceae หรือวงศ์เดียวกับสับปะรดนั่นแหละครับ แต่ที่พิเศษคือ เขาเป็น 'พืชอิงอาศัย' (Epiphyte) เต็มตัวเลยครับ คือเขาไม่ได้มีรากไว้ดูดสารอาหารจากดิน แต่ใช้รากสำหรับยึดเกาะเท่านั้นครับ แล้วเขากินอะไรล่ะ? เจ้าเคราจะใช้เซลล์พิเศษที่เรียกว่า 'ไทรโครม' (Trichomes) ที่ปกคลุมอยู่ทั่วทั้งเส้น เพื่อดูดซับน้ำและแร่ธาตุต่างๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศและมาพร้อมกับน้ำฝนหรือความชื้นนั่นเองครับแล้ว 'ปุ๋ย' ที่เหมาะกับเจ้าเคราฤาษีคืออะไรกันแน่ครับ?
เพราะเขาเป็นพืชอิงอาศัยนี่แหละครับ การให้ปุ๋ยเจ้าเคราฤาษีเลยต้องต่างจากการให้ปุ๋ยต้นไม้ในกระถางมากๆ ครับ การใส่ปุ๋ยทางดินนี่ไม่มีประโยชน์กับเขาเลย แถมยังอาจเป็นโทษด้วยซ้ำ เพราะปุ๋ยอาจสะสมจนอุดตันและทำให้เขาเน่าได้ง่ายๆ ครับปุ๋ยที่แนะนำ: สูตรอ่อนโยนสำหรับพืชอากาศโดยเฉพาะเลยครับ
สำหรับเจ้าเคราฤาษี สิ่งที่ดีที่สุดคือ ปุ๋ยสำหรับพืชอากาศ (Air Plant Fertilizer) ที่มีขายทั่วไปครับ ปุ๋ยพวกนี้เขาออกแบบมาให้มีธาตุอาหารในสัดส่วนที่พอดี โดยเฉพาะ ไนโตรเจน (N) ที่ต่ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ปุ๋ยสะสมและไปเผาเซลล์ของต้นไม้ครับ ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ลองใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 20-20-20 ก็ได้ครับ แต่ต้องผสมให้เจือจางกว่าปกติมากๆ เลยนะครับความเข้มข้นและความถี่: น้อยแต่พอดีนี่แหละคือหัวใจเลยครับ
- ความเข้มข้น: สำคัญมากๆ ครับ! ต้องผสมปุ๋ยให้เจือจางกว่าคำแนะนำบนฉลากประมาณ 1/4 ถึง 1/8 ส่วน เลยนะครับ หรือบางคนอาจใช้แค่ปลายช้อนชากับน้ำ 1 ลิตรก็พอแล้วครับ
- ความถี่: ไม่ต้องบ่อยครับ แค่ เดือนละ 1 ครั้ง ในช่วงที่เขาเติบโตดี (เช่น ฤดูฝน) ก็เพียงพอแล้วครับ ถ้าเป็นช่วงหน้าหนาวหรืออากาศแห้งจัดมากๆ อาจจะเว้นไปก่อนก็ได้ครับ
วิธีให้ปุ๋ยเจ้าเคราฤาษีแบบถูกต้องครับ
วิธีให้ปุ๋ยเจ้าเคราฤาษีที่ดีที่สุดคือให้ทางใบครับ ทำได้ 2 วิธีหลักๆ แบบนี้เลยครับ1. วิธีแช่ (Soaking Method)
วิธีนี้ป๊าม๊าแนะนำเป็นพิเศษเลยครับ โดยเฉพาะสำหรับเจ้าเคราฤาษีที่แห้งมากๆ หรือต้องการฟื้นฟู- เตรียมน้ำปุ๋ย: ผสมปุ๋ยตามอัตราส่วนที่เจือจางสุดๆ ในภาชนะเลยครับ
- แช่เจ้าเครา: นำเคราฤาษีทั้งพวงลงไปแช่ในน้ำปุ๋ยที่เตรียมไว้ประมาณ 20-30 นาที ให้เขาได้ดูดซับน้ำและสารอาหารจนทั่วถึงครับ
- สะเด็ดน้ำและผึ่งให้แห้งสนิท: นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดครับ! หลังแช่เสร็จ ต้องนำเจ้าเคราฤาษีขึ้นมาสะเด็ดน้ำให้แห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วหาที่แขวนผึ่งในที่ที่มีอากาศถ่ายเทดีๆ เป็นเวลา อย่างน้อย 2-4 ชั่วโมง หรือจนกว่าจะแห้งสนิทครับ ห้ามปล่อยให้แฉะค้างเด็ดขาดนะครับ เพราะจะทำให้เขาเน่าได้ง่ายมากๆ เลยครับ
2. วิธีฉีดพ่น (Misting Method)
วิธีนี้เหมาะสำหรับเจ้าเคราฤาษีที่อยู่ในสภาพดีอยู่แล้ว และต้องการบำรุงเพิ่มเติมเล็กน้อยครับ- เตรียมน้ำปุ๋ย: ผสมปุ๋ยเจือจางในกระบอกฉีดพ่นเลยครับ
- ฉีดพ่น: ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งเส้นของเจ้าเคราฤาษี จนชุ่มฉ่ำครับ
- ผึ่งให้แห้ง: เหมือนกับการแช่เลยครับ ต้องมั่นใจว่าเขาจะแห้งสนิทภายในไม่กี่ชั่วโมง เพื่อป้องกันการเน่าครับ
เรื่องสำคัญกว่าปุ๋ย ที่จะทำให้เจ้าเคราฤาษีสวยฟูครับ
พูดกันตามตรงนะครับ ปุ๋ยเป็นเรื่องรองสำหรับเจ้าเคราฤาษีเลย สิ่งที่สำคัญกว่ามากๆ และเป็นหัวใจหลักที่ทำให้เขาอยู่รอดและเติบโตสวยงามคือ แสง การรดน้ำ และการหมุนเวียนอากาศ ครับแสงสว่าง: แสงรำไรคือที่สุดครับ
เจ้าเคราฤาษีชอบแสงแดดอ่อนๆ หรือแสงรำไรครับ ลองสังเกตดูนะครับ ต้นที่อยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่หรือในที่ที่มีแสงกรอง จะเขียวสดและฟูสวยงามกว่าต้นที่โดนแดดจัดๆ ตลอดวันครับ แดดจัดๆ โดยตรงอาจทำให้เขาไหม้และแห้งโทรมได้นะครับ ป๊าม๊าแนะนำให้แขวนไว้ในจุดที่ได้รับแสงสว่างพอดีๆ แต่ไม่โดนแดดจัดๆ ช่วงกลางวันครับ เช่น ชายคา ระเบียงที่แสงส่องถึง หรือใกล้หน้าต่างที่มีม่านกรองแสงก็ได้ครับการรดน้ำ: ชุ่มฉ่ำแต่ไม่แฉะครับ
นี่คือหัวใจของการดูแลเจ้าเคราฤาษีเลยครับ เขาชอบน้ำ แต่ไม่ชอบความแฉะครับ- ความถี่: ถ้าอากาศแห้งมาก อาจจะต้องรดน้ำทุกวันด้วยการฉีดพ่นครับ แต่ถ้าอากาศชื้นพอ ป๊าม๊าแนะนำให้ แช่น้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ครั้งละ 20-30 นาทีก็พอครับ
- คุณภาพน้ำ: ถ้าเป็นน้ำฝน หรือน้ำที่ผ่านการพักมาแล้วจะดีที่สุดครับ น้ำประปาที่มีคลอรีนสูงๆ อาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่ครับ
- สิ่งสำคัญที่สุด: หลังรดน้ำหรือแช่น้ำ ต้องผึ่งให้แห้งสนิทภายใน 2-4 ชั่วโมงครับ หากปล่อยให้เปียกชื้นนานเกินไป เจ้าเคราฤาษีจะเน่าและตายได้ง่ายมากเลยครับ
การหมุนเวียนอากาศ: ให้เขาได้หายใจครับ
เจ้าเคราฤาษีต้องการอากาศถ่ายเทที่ดีมากๆ ครับ เพราะเขาดูดซับสารอาหารจากอากาศ แถมยังช่วยให้เขาแห้งเร็วหลังการรดน้ำด้วยครับ ถ้าแขวนในที่อับลม อาจทำให้เกิดเชื้อราและเน่าได้ง่ายครับ ลองเลือกมุมที่ลมพัดผ่านเบาๆ เสมอๆ ดูนะครับเห็นไหมครับ? การดูแลเจ้าเคราฤาษีให้สวยฟูนั้น ไม่ได้อยู่ที่ปุ๋ยแพงๆ เลยครับ แต่อยู่ที่ความเข้าใจธรรมชาติของเขา การให้แสงที่พอดี รดน้ำอย่างถูกวิธี และมีอากาศถ่ายเทที่ดีต่างหากครับ ถ้าคุณใส่ใจในสามสิ่งนี้ เจ้าเคราฤาษีของคุณก็จะเติบโตอย่างแข็งแรงและเป็นพวงสวยงามแน่นอนครับ
ถ้ากำลังมองหาเจ้าเคราฤาษีพวงสวยๆ ไปแขวนประดับบ้าน หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมในการดูแล ป๊าม๊าเดอะร์การ์เด้นเนอร์ยินดีให้คำปรึกษาและพร้อมส่ง 'น้องเคราฟูฟู' ถึงหน้าบ้านคุณเลยครับ