เคยไหมครับ? พอเข้าเดือนมิถุนายน ฝนเริ่มตกบ่อยๆ ต้นไม้ที่บ้านก็เริ่มมีอาการแปลกๆ โดยเฉพาะเจ้าเชื้อรากับเพลี้ยแป้งตัวร้ายที่ชอบมากับความชื้นและอากาศอับๆ นี่แหละครับ ไม่ต้องห่วงนะครับ! "ป๊าม๊าเดอะร์การ์เด้นเนอร์" จะชวนทุกคนมาดูวิธีรับมือปัญหาเหล่านี้แบบเข้าใจง่ายๆ พร้อมเทคนิคฉีดพ่นสารชีวภัณฑ์ให้ถูกวิธี เพื่อให้ต้นไม้ของเราผ่านหน้าฝนนี้ไปได้อย่างแข็งแรงและสวยงามเหมือนเดิมครับ
มาทำความรู้จักภัยร้ายหน้าฝน: เจ้าเชื้อรากับเพลี้ยแป้งคืออะไรกันนะ?
ป๊าม๊าเห็นปัญหาเจ้าเชื้อรากับเพลี้ยแป้งระบาดหนักช่วงหน้าฝนมาหลายปีแล้วครับ สองตัวนี้เป็นศัตรูตัวฉกาจที่คนรักต้นไม้ต้องเจอเลย ถ้าไม่รีบจัดการดีๆ อาจถึงขั้นต้องบอกลาต้นไม้สุดรักได้เลยนะครับเจ้าเชื้อรา (Fungi): ตัวร้ายที่มาพร้อมความชื้น
เชื้อราในต้นไม้มีหลายแบบเลยครับ ที่เราเจอบ่อยๆ ก็พวกราดำ ราสนิม หรือราแป้ง ซึ่งจะมาในรูปจุดดำๆ จุดน้ำตาล หรือคราบขาวๆ เหมือนผงแป้งบนใบครับ สาเหตุหลักๆ ก็มาจากความชื้นสูง อากาศไม่ถ่ายเท และการรดน้ำเยอะเกินไปช่วงหน้าฝนนั่นแหละครับ เจ้าเชื้อราจะเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อ ทำให้ต้นไม้สังเคราะห์แสงได้ไม่เต็มที่ ใบก็เลยเหลือง ร่วง หรือเน่าตายได้เลยนะครับเจ้าเพลี้ยแป้ง (Mealybugs): ตัวเล็กจิ๋วแต่พิษสงร้ายกาจ
เจ้าเพลี้ยแป้งเป็นแมลงตัวเล็กๆ สีขาวๆ ที่ชอบเกาะเป็นปุยๆ เหมือนผงแป้งตามซอกใบ ใต้ใบ หรือยอดอ่อนครับ เขาจะดูดน้ำเลี้ยงจากต้นไม้จนหมดแรง ทำให้ต้นไม้ชะงักการเติบโต ใบหงิกงอ และบางทีก็ตายไปเลยครับ ที่แย่กว่านั้นคือ เขายังขับถ่ายของเหลวเหนียวๆ ที่เรียกว่า 'น้ำหวาน' ออกมา ซึ่งเป็นอาหารโปรดของราดำ ทำให้เกิดราดำขึ้นซ้ำเติมอีกที กลายเป็นปัญหาซ้อนปัญหาเลยครับป๊าม๊ามีเทคนิคสยบเจ้าเชื้อรากับเพลี้ยแป้งในหน้าฝนแบบง่ายๆ มาฝากครับ
การดูแลป้องกันและรักษาน้องๆ ช่วงหน้าฝน ต้องทำความเข้าใจและทำอย่างสม่ำเสมอนะครับ ไม่ใช่แค่ฉีดๆ ไปแล้วจบ แต่ต้องใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ด้วยครับ1. จัดการสภาพแวดล้อม: ลดความเสี่ยงไว้ก่อนเป็นดีที่สุดครับ
- ลดการรดน้ำ: ช่วงหน้าฝน ต้นไม้ได้รับน้ำจากธรรมชาติเยอะอยู่แล้วครับ เราก็ลดปริมาณการรดน้ำลงสัก 20-30% หรือถ้าลองใช้นิ้วจิ้มดินลึกประมาณ 2 นิ้วดูแล้ว ดินยังเย็นๆ ชื้นๆ อยู่ ก็ยังไม่ต้องรดเลยครับ ให้เขาได้พักบ้างครับ
- เพิ่มการระบายอากาศ: ลองขยับที่วางต้นไม้ให้มีลมโกรกดีขึ้นครับ ถ้าเลี้ยงในคอนโดหรือออฟฟิศ ก็เปิดหน้าต่าง หรือใช้พัดลมช่วยเป่าเบาๆ เพื่อลดความอับชื้นได้ครับ การตัดแต่งกิ่งที่แน่นทึบออกไปบ้างก็ช่วยให้เขาหายใจได้ดีขึ้นครับ
- หมั่นตรวจสอบและทำความสะอาด: ลองสำรวจต้นไม้ทุกวันนะครับ ถ้าเจอใบไหนมีอาการผิดปกติ รีบตัดทิ้งทันทีเลยครับ อย่าปล่อยทิ้งไว้ในกระถางนะครับ เพราะอาจจะลามไปที่อื่นได้ครับ
2. เลือกใช้และฉีดพ่นสารชีวภัณฑ์: ปลอดภัยกับเรา ได้ผลจริงกับน้องต้นไม้ครับ
สารชีวภัณฑ์เป็นทางเลือกที่ดีมากๆ ในการกำจัดศัตรูพืชแบบยั่งยืน แถมยังปลอดภัยกับคน สัตว์เลี้ยง และสิ่งแวดล้อมด้วยนะครับ ที่ "ป๊าม๊าเดอะร์การ์เด้นเนอร์" เราก็ใช้สารชีวภัณฑ์ดูแลต้นไม้มาตลอดสิบกว่าปีแล้วครับ- เลือกสารชีวภัณฑ์ให้เหมาะกับปัญหา:
ถ้าเป็นเชื้อรา แนะนำกลุ่มเชื้อราไตรโคเดอร์มา (Trichoderma harzianum) เลยครับ เป็นเชื้อราดีที่จะช่วยยับยั้งเชื้อราตัวร้ายได้ครับ
ส่วนเจ้าเพลี้ยแป้ง แนะนำกลุ่มเชื้อราบิวเวอเรีย (Beauveria bassiana) หรือเมทาไรเซียม (Metarhizium anisopliae) ครับ สองตัวนี้เป็นเชื้อราที่จะเข้าไปทำลายตัวเพลี้ยโดยตรงเลยครับ
- ผสมให้ถูกอัตราส่วน: เวลาผสมสารชีวภัณฑ์ ต้องทำตามคำแนะนำบนฉลากเป๊ะๆ เลยนะครับ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 10-20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 1 ลิตร ครับ ถ้าผสมผิดสัดส่วน อาจจะไม่ได้ผล หรืออาจจะทำให้น้องต้นไม้เสียหายได้เลยนะครับ
- ฉีดพ่นตอนไหนดี: แนะนำให้ฉีดพ่นช่วงเช้าตรู่ หรือช่วงเย็นๆ หลังพระอาทิตย์ตกดินไปแล้วครับ เพราะเป็นช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัด ทำให้เชื้อราในสารชีวภัณฑ์ทำงานได้เต็มที่และออกฤทธิ์ได้ดีที่สุดครับ
- ฉีดบ่อยแค่ไหนและยังไง: ถ้ามีการระบาดหนักๆ ควรฉีดพ่นทุก 5-7 วัน ครับ ฉีดให้ทั่วทั้งต้นเลยนะครับ โดยเฉพาะใต้ใบและซอกใบที่เป็นที่ซ่อนตัวของเจ้าเพลี้ยแป้งครับ พออาการดีขึ้นแล้ว ก็ค่อยๆ ลดความถี่ลงได้ครับ