เคยไหมครับ? อยากได้ต้นไม้มาปลูกในบ้านสักต้น ที่นอกจากจะช่วยให้สดชื่นสบายตาแล้ว ยังเสริมเรื่องมงคลให้ชีวิตด้วย 'เจ้าทับทิมสยาม' หรือ Punica granatum นี่แหละครับ คือคำตอบที่ใช่เลย! เพราะนอกจากผลจะสวยน่ากินแล้ว เขายังเป็นไม้มงคลที่คนไทยเชื่อกันว่าช่วยเรียกทรัพย์ ปัดเป่าสิ่งไม่ดีได้จริง ๆ ครับ
รู้จัก 'เจ้าทับทิมสยาม' ไม้มงคลที่ให้ทั้งผลสวย แถมยังร่มเย็น
เจ้าทับทิมสยาม ไม่ได้เป็นแค่ไม้ผลธรรมดานะครับ แต่เขามีความหมายดีๆ ซ่อนอยู่ตามความเชื่อโบราณเลยนะ เขาเป็นเหมือนตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ ความเจริญรุ่งเรือง และการมีลูกหลานเต็มบ้านครับ แถมคนเฒ่าคนแก่ยังเชื่อว่าช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้ด้วย เราถึงเห็นหลายบ้านนิยมปลูกไว้หน้าบ้านหรือในสวนเพื่อความเป็นสิริมงคลไงครับ9 ทริคง่ายๆ ปลูกเจ้าทับทิมสยามให้รอด ออกดอกออกผลดกเต็มต้น
1. แสงแดดจัดจ้าน คือหัวใจสำคัญของเขาเลยครับ
เจ้าทับทิมน่ะรักแสงแดดมาก ๆ ครับ! เขาต้องการแสงแดดโดยตรงอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวันเลยนะ ถ้าแสงไม่พอ เขาจะไม่ออกดอกออกผล หรือบางทีก็ทิ้งใบง่าย ๆ เลยครับ นี่แหละครับคือข้อผิดพลาดใหญ่ที่มือใหม่มักเจอ คือไปปลูกเขาในที่ร่มหรือมีร่มเงาเยอะเกินไป2. ดินที่เขาชอบ ต้องร่วนซุย ระบายน้ำดี
ดินที่เหมาะกับเจ้าทับทิม ควรเป็นดินร่วนปนทรายครับ มีธาตุอาหารพอประมาณ และที่สำคัญสุดๆ คือต้องระบายน้ำดีเยี่ยมเลยนะ! ถ้าดินแฉะน้ำขังเมื่อไหร่ รากเน่าได้ง่าย ๆ เลยครับ เราแนะนำให้ลองผสมกาบมะพร้าวสับ หรือเพอร์ไลต์ลงไปในดิน เพื่อช่วยให้ระบายน้ำได้ดียิ่งขึ้นครับ3. การรดน้ำ: จำไว้เลยครับว่า 'แห้งดีกว่าแฉะ'
หลักการรดน้ำเจ้าทับทิมง่าย ๆ ครับ คือปล่อยให้หน้าดินแห้งสนิทก่อน แล้วค่อยรดน้ำให้ชุ่มๆ ครับ ในช่วงหน้าร้อนอาจจะต้องรดวันเว้นวัน หรือทุกวันถ้าดินแห้งเร็วมาก แต่ถ้าหน้าหนาวหรือหน้าฝน อาจจะ 2-3 วันครั้งก็พอครับ ลองใช้นิ้วจิ้มดินดูได้เลยครับ สังเกตจากความชื้นในดินเป็นหลัก4. ปุ๋ยบำรุง: ให้ธาตุอาหารครบถ้วน เขาจะได้ออกดอกออกผลดกๆ
อยากให้เจ้าทับทิมออกดอกออกผลดกๆ เราก็ต้องบำรุงเขาหน่อยครับ ลองให้ปุ๋ยสูตรเสมอ อย่าง NPK 15-15-15 หรือ 16-16-16 ทุกๆ 1-2 เดือนครับ พอใกล้ถึงช่วงที่เขาจะออกดอกออกผล ก็ค่อยเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสกับโพแทสเซียมสูงๆ หน่อย เช่น สูตร 8-24-24 เพื่อกระตุ้นให้เขาออกดอกติดผลได้ดีขึ้นครับ5. การตัดแต่งกิ่ง: แต่งทรงพุ่มสวยๆ เพิ่มผลผลิตให้เจ้าทับทิม
การตัดแต่งกิ่งสำคัญมากนะครับ! เราควรตัดกิ่งที่แห้งตาย กิ่งที่เป็นโรค หรือกิ่งที่แน่นเกินไปออกไปบ้าง เพื่อให้แสงแดดส่องถึงทั่วถึง และอากาศถ่ายเทได้ดีครับ การตัดแต่งยังช่วยให้เจ้าทับทิมแตกกิ่งใหม่ๆ และให้ผลผลิตมากขึ้นด้วยนะ ควรทำปีละ 1-2 ครั้ง หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแล้วครับ6. กระถางที่ใช่ ขนาดที่พอดีกับเขา
ถ้าคุณเลือกปลูกในกระถาง ก็ควรเลือกกระถางที่มีขนาดใหญ่พอสมควรครับ อย่างน้อย 15-20 นิ้ว สำหรับต้นที่โตเต็มที่นะ เพื่อให้รากเขามีพื้นที่ได้เติบโตเต็มที่ แถมที่ก้นกระถางก็ควรมีรูระบายน้ำหลายๆ รูด้วยนะครับ7. ระวังศัตรูพืชและโรคที่อาจมาเยี่ยมเยียน
เจ้าทับทิมก็มีศัตรูพืชมาแวะเวียนบ้างนะครับ เช่น เพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย หรือหนอนเจาะลำต้น เราควรหมั่นสำรวจใบบ่อย ๆ ครับ ถ้าเจอให้รีบกำจัดด้วยน้ำหมักชีวภาพ หรือสารกำจัดศัตรูพืชที่ปลอดภัยครับ ส่วนโรคที่พบบ่อยก็คือโรคราแป้ง ซึ่งมักจะมาตอนที่อากาศชื้นสูงและถ่ายเทไม่ดีครับ8. การขยายพันธุ์: จะเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่งก็ทำได้
เราสามารถขยายพันธุ์เจ้าทับทิมได้หลายวิธีเลยครับ ทั้งการเพาะเมล็ด ซึ่งอาจจะต้องรอนานหน่อยกว่าเขาจะออกผล หรือจะใช้วิธีตอนกิ่งก็ได้ ซึ่งวิธีนี้จะได้รับความนิยมมากกว่า เพราะได้ต้นที่เหมือนต้นแม่เป๊ะๆ แถมยังให้ผลผลิตเร็วกว่าด้วยครับ9. ทับทิมสยามกับฮวงจุ้ย: ปลูกตรงไหนให้เฮงๆ ปังๆ
ตามหลักฮวงจุ้ย เขาบอกว่าการปลูกเจ้าทับทิม ควรปลูกไว้ทางทิศตะวันออกหรือทิศใต้ของบ้านครับ เพราะเชื่อว่าจะช่วยเสริมพลังงานด้านบวกให้เรา แถมยังควรปลูกเป็นจำนวนคู่ เช่น 2 ต้น หรือ 4 ต้น เพื่อความสมดุลและความเป็นสิริมงคลด้วยนะครับไม่ว่าจะปลูกเพื่อความสวยงาม เพื่อเก็บผลผลิต หรืออยากเสริมสิริมงคลให้ชีวิต เจ้าทับทิมสยามก็เป็นตัวเลือกที่ป๊าม๊าบอกเลยว่าไม่ทำให้ผิดหวังครับ ลองรับน้องไปดูแลดูนะครับ แล้วคุณจะหลงรักในความครบเครื่องของเขาแน่นอนครับ