เคยไหมครับ? อยากแต่งบ้านให้ดูเรียบง่าย สบายตา สไตล์มินิมอล แต่ก็รู้สึกว่าขาดความมีชีวิตชีวาไปหน่อย... เจ้าพลูด่าง (Epipremnum) นี่แหละครับ คือคำตอบ! เพราะเขามีสายพันธุ์ให้เลือกเยอะ ลวดลายใบก็สวยไม่ซ้ำกัน เลยกลายเป็นต้นไม้คู่ใจของคนรักการแต่งบ้านไปเลยครับ ไม่ว่าจะมุมไหนของบ้าน เขาก็เข้าไปเติมความสดชื่นได้แบบลงตัว แถมยังดูแลง่ายสุดๆ ไม่ต้องมีพื้นที่เยอะก็เลี้ยงได้สบายๆ เลยครับ
ทำไมพลูด่างถึงเป็นเพื่อนแท้ของคนรักมินิมอลครับ?
พลูด่างไม่ใช่แค่ไม้ประดับทั่วไป แต่เป็นเหมือนของตกแต่งชิ้นสำคัญที่ช่วยเสริมให้บ้านสไตล์มินิมอลดูสมบูรณ์แบบครับ เหตุผลน่ะเหรอครับ? ลองมาดูกันเลยดูแลง่าย สวยทน ไม่ต้องเรื่องมาก
ข้อนี้ต้องยอมรับเลยครับว่าพลูด่างเป็นแชมป์เรื่องความอึด! เขาปรับตัวเก่งมาก ไม่ว่าจะลืมรดน้ำไปบ้าง หรือจะวางในมุมที่แสงไม่ได้เป๊ะเท่าไหร่ เขาก็ยังอยู่รอดและเติบโตได้ดีครับ สำหรับคนที่มีเวลาน้อย หรือเพิ่งเริ่มต้นเลี้ยงต้นไม้ เจ้าพลูด่างนี่แหละครับคือตัวเลือกอันดับหนึ่ง ที่ช่วยให้คุณมีพื้นที่สีเขียวในบ้านได้แบบไม่ต้องกังวลเข้ากับทุกสไตล์การแต่งบ้าน
ไม่ว่าบ้านของคุณจะแต่งแบบสแกนดิเนเวียน, มินิมอล, ลอฟท์ หรือแม้แต่โบฮีเมียน เจ้าพลูด่างก็เข้ากันได้ดีแบบน่าทึ่งเลยครับ ด้วยฟอร์มต้นที่ทิ้งตัวเลื้อยสวยๆ และใบที่มีลวดลายแตกต่างกันไป ทำให้เขาเป็นได้ทั้งจุดเด่น หรือเป็นแค่ส่วนเสริมที่ช่วยให้ห้องดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้ครับมาทำความรู้จักพลูด่างแต่ละสายพันธุ์กันครับ
พลูด่างมีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือก จนบางทีก็เลือกไม่ถูกเลยใช่ไหมครับ? ผมรวบรวมสายพันธุ์ยอดนิยมที่เหมาะกับการแต่งบ้านสไตล์มินิมอลมาให้แล้วครับพลูด่างสีทอง (Golden Pothos: Epipremnum aureum 'Golden')
นี่คือพลูด่างในตำนานเลยครับ! เป็นสายพันธุ์ที่เห็นบ่อยที่สุดเลยครับ ใบสีเขียวเข้มๆ สลับกับลายด่างสีเหลืองทองอร่ามตา ยิ่งได้แสงดีสีก็ยิ่งสดใสครับ เจ้าพลูด่างสีทองเหมาะกับการวางในมุมที่ได้รับแสงรำไรถึงแสงปานกลาง ช่วยเพิ่มความสดใสให้ห้องได้ดีเลยครับ เลี้ยงง่าย โตไว ไม่ต้องดูแลเยอะครับพลูด่างราชินีหินอ่อน (Marble Queen Pothos: Epipremnum aureum 'Marble Queen')
เจ้าพลูด่างราชินีหินอ่อนมีเสน่ห์ที่ลวดลายด่างสีขาวครีมสลับเขียวบนใบที่สวยเหมือนภาพวาดเลยครับ เขาชอบแสงสว่างรำไร ไม่ควรโดนแดดจัดโดยตรงนะครับ เพราะใบอาจจะไหม้ได้ ด้วยโทนสีที่อ่อนโยน ทำให้เขาเข้ากับการแต่งบ้านสไตล์มินิมอลที่เน้นความสบายตาได้ดีมากๆ ครับพลูด่างอีพีนูเบียม (Manjula Pothos: Epipremnum aureum 'Manjula')
พลูด่างสายพันธุ์นี้ใบจะกว้างและกลมกว่าพลูด่างทั่วไปครับ ลวดลายด่างของเขาก็เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเลยนะ มีทั้งสีเขียว ขาวครีม แถมบางครั้งก็มีสีเงินอมเทาปะปนอยู่ด้วยครับ เจ้าต้นนี้ดูหรูหราและน่าสนใจมาก เหมาะกับการเป็นจุดเด่นในห้อง หรือจะวางบนโต๊ะกลางให้ดึงดูดสายตาก็ยังได้ครับ เขาชอบแสงปานกลางถึงสว่างรำไรครับพลูด่างนีออน (Neon Pothos: Epipremnum aureum 'Neon')
ถ้าอยากได้ความสดใสแบบไม่เหมือนใคร เจ้าพลูด่างนีออนนี่แหละครับคือคำตอบ ด้วยใบสีเขียวอมเหลืองสดใสเหมือนแสงนีออน ทำให้ห้องดูมีชีวิตชีวาและทันสมัยขึ้นมาทันตาเห็นเลยครับ เหมาะสำหรับวางบนชั้นวางหนังสือ หรือจะแขวนประดับตกแต่งก็ได้ครับ เขาต้องการแสงปานกลางถึงสว่าง เพื่อให้สีใบยังคงสดใสอยู่เสมอครับพลูด่างบอสตัน (Jade Pothos: Epipremnum aureum 'Jade')
เจ้าพลูด่างบอสตันมีใบสีเขียวเข้มเงางาม ไม่มีลายด่างครับ เป็นสายพันธุ์ที่อึดที่สุดเลยก็ว่าได้ ดูแลง่ายมากๆ แถมยังทนต่อสภาพแสงน้อยได้ดีกว่าพลูด่างสายพันธุ์อื่นๆ ด้วยครับ ถ้าคุณกำลังมองหาพลูด่างที่ไม่ต้องดูแลอะไรมาก ขอแค่มีสีเขียวสดชื่นในบ้าน เจ้าพลูด่างบอสตันคือตัวเลือกที่ไม่ทำให้ผิดหวังเลยครับเลือกพลูด่างให้ตรงใจ... และตรงมุมบ้านครับ!
การเลือกพลูด่างให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมในบ้าน จะช่วยให้เขาเติบโตสวยๆ และอยู่กับเราไปนานๆ เลยครับแสงสว่าง: หัวใจสำคัญของพลูด่าง
พลูด่างทุกสายพันธุ์ชอบแสงสว่างรำไรถึงปานกลางครับ (ประมาณ 3-5 ชั่วโมงต่อวัน) หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดๆ โดยตรงช่วงเที่ยงถึงบ่ายนะครับ เพราะจะทำให้ใบไหม้และสีซีดได้ครับ ส่วนพลูด่างด่างขาว อย่าง Marble Queen หรือ Manjula อาจต้องการแสงที่สว่างกว่าหน่อย เพื่อให้ลายด่างยังชัดสวยครับการรดน้ำ: อย่าให้แฉะ อย่าให้แห้งนานเกินไปครับ
เคล็ดลับง่ายๆ คือ รดน้ำเมื่อวัสดุปลูกแห้งสนิท ครับ ลองใช้นิ้วจิ้มลงไปในดินประมาณ 1-2 นิ้วดูครับ ถ้าดินยังชื้นอยู่ ยังไม่ต้องรดนะครับ ปกติแล้วก็จะรดน้ำประมาณ ทุก 5-7 วัน หรืออาจจะนานกว่านั้นหน่อย ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและตำแหน่งที่วางครับ ที่สำคัญคือ ถ้าให้น้ำเยอะเกินไป รากจะเน่าแล้วต้นจะตายเอาได้นะครับวัสดุปลูกและปุ๋ย: รากแข็งแรง ต้นก็สวยครับ
เจ้าพลูด่างชอบวัสดุปลูกที่ระบายน้ำได้ดี แต่ก็ยังเก็บความชื้นไว้ได้บ้างครับ แนะนำให้ใช้ดินปลูกผสมกาบมะพร้าวสับ เพอร์ไลต์ และเวอร์มิคูไลต์ในสัดส่วนที่พอดีๆ (เช่น ดิน:กาบมะพร้าวสับ:เพอร์ไลต์ 2:1:1) จะช่วยให้รากเดินดีครับ ส่วนปุ๋ยก็ให้ปุ๋ยละลายน้ำสูตรเสมอ (เช่น 15-15-15) เดือนละครั้ง ช่วงฤดูปลูก (ฤดูฝน-ฤดูร้อน) ได้เลยครับขนาดกระถาง: เลือกให้พอดีกับการเติบโตครับ
สำหรับพลูด่างต้นเล็กที่เพิ่งรับมาดูแล ลองเริ่มจากกระถางขนาด 4-6 นิ้ว ก่อนนะครับ พอเขาโตขึ้นและรากเริ่มแน่นกระถาง ค่อยเปลี่ยนไปใช้กระถางที่ใหญ่ขึ้นอีก 1-2 นิ้วครับ ที่สำคัญเลยคือ กระถางต้องมีรูระบายน้ำด้านล่างนะครับ จะได้ป้องกันน้ำขังและรากเน่าได้ครับพลูด่างแต่ละสายพันธุ์มีเสน่ห์เฉพาะตัวไม่เหมือนกันครับ หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยให้คุณเลือกพลูด่างที่ใช่ และจัดวางเขาให้เข้ากับมุมโปรดในบ้านสไตล์มินิมอลของคุณได้นะครับ ถ้ามีคำถาม หรืออยากรับน้องพลูด่างไปฮีลใจที่บ้าน ป๊าม๊าพร้อมแนะนำและจัดส่งความเขียวถึงมือเลยครับ